10 ก.ค. 2556

Review Run For Health Run To Help

จุด start รูปจาก shutterrunning.com

สัปดาห์นี้ไปวิ่งงาน Run For Health Run To Help  จัดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เป็นงานวิ่งการกุศลเพื่อหมาแมว ที่สมัครไว้เพราะจัดใกล้บ้าน  แต่ปรากฏว่าวันก่อนวิ่งต้องไปต่างจังหวัด เช้าวันวิ่งเลยต้องตื่นตี 3 เพื่อขับรถมา กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี ตอนแรกคิดว่าจะไม่มาแล้ว เนื่องจากเหนื่อยมาก ถ้าตัดสินใจไปวิ่งจะได้นอนแค่ 3 ชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ฝืนตื่นมาจนได้ อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไม่มีเวลาออกมาซ้อมวิ่งเลย แถมยังอดนอนอีก หวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าจะวิ่งไม่ไหว ปกติข้าพเจ้าไม่กินกาแฟ แต่วันนี้ตัดสินใจกินกาแฟดีกว่า กลัววิ่งไปหลับไป

มาถึงงานตอนประมาณตีห้า (ที่จอดรถเยอะดี) เข้าไปรับเสื้อ รับเบอร์วิ่ง แล้วก็เข้าห้องน้ำจัดการธุระหนัก จากนั้นก็มายืนวอร์มอัพ รอเวลาปล่อยตัวหกโมง แต่ยืนได้สักพัก ก็ปวดท้องอีก ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอีกรอบ (โชคดีที่เจอห้องน้ำในอาคารหน้างาน เพราะตอนแรกเห็นแต่สุขาเคลื่อนที่) ออกมาจากห้องน้ำ เค้าก็วอร์มเสร็จกันพอดี เราก็ยืดเหยียด รอปล่อยตัว

  ก่อนปล่อยตัวสิบนาที ยังร่าเริง

หกโมงได้เวลาปล่อยตัว 10.5 กิโลเมตร งวดนี้เข้าประจำที่ประมาณกลางๆ ไม่ได้อยู่ท้ายแถว ออกตัวเริ่มวิ่งด้วย pace 7.30 เข้ากิโลที่ 2 ซิกแซกจนได้ pace  6.50 พอเข้ากิโลที่ 3 เริ่มหมดแรง ไม่อยากวิ่งต่อ รู้สึกเหนื่อยมาก กิโลที่ 3-4 อยู่ที่ pace 7.30  เข้ากิโลที่ 5 อันนี้ท้อของจริง เหนื่อยด้วย ขาล้าด้วย ไม่ได้วิ่งแค่ 10 วัน เหมือนเริ่มวิ่งใหม่เลย กิโลที่ 5-6 วิ่งอยู่ pace 8.10 เริ่มเดินๆ วิ่งๆ ตอนแรกอยู่ประมาณนักวิ่งแนวกลาง ตอนนี้ร่นมานักวิ่งแนวหลังแล้ว พอถึงจุดให้น้ำต้องต่อคิวรับน้ำ เพราะคนเทน้ำเทใส่แก้วไม่ทัน ก็เลยพอได้หยุดพักหายใจบ้าง แต่จริงๆมันก็ไม่เวิร์คนะ ให้ต่อคิวรอเทน้ำเนี่ย เราวิ่งมาเหนื่อยๆ ให้หยุดกึก เดินก็เดินไม่ได้ หยุดเฉยๆก็หยุดไม่ได้ เลยต้องยืนย่ำเท้าอยู่แบบนั้น แอบเซ็งเล็กน้อย

เข้ากิโลที่ 7 นี่่ท้อเกินบรรยาย คิดในใจว่าเดินเข้าเส้นชัยเอาก็ได้มั้ง ไม่ไหวแล้ว แทบจะวิ่ง 100 เมตร เดิน 100 เมตร วิ่งไปก็มองคนข้างหน้าว่าเค้าจะกลับตัวกันเมื่อไหร่ ใกล้ถึงจุดกลับตัวหรือยัง สรุปว่ากิโลที่ 7 วิ่งอยู่ pace 8.40

กิโลที่ 8 นี่เกิดปัญหา ปวดท้องหนัก ปวดแบบท้องเสีย คิดในใจว่าแย่แล้ว กว่าจะวกไปถึงปั้มที่วิ่งผ่านมา ไม่ทันแน่ๆ ตอนนั้นไม่คิดเรื่องวิ่ง เรื่องเหนื่อยแล้ว คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้เข้าห้องน้ำทัน ข้าศึกประชิดหน้าประตูขนาดนี้ เป็นผลให้กิโลที่ 8 กลับมาวิ่ง pace 8 อย่างไม่รู้ตัว พอเข้ากิโลที่ 9 อาการปวดท้องหายไป เริ่มรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องวิ่งลงข้างทาง กิโลที่ 9 เลยเดินซะมากกว่าวิ่ง pace อยู่ที่ 8.40 อีกแล้ว พอเข้ากิโลที่ 10 เกิดแรงฮึดสุดท้าย บอกตัวเองว่าทนมาได้ตั้ง 9 โลแล้ว ทนอีกนิดนะ พยายามวิ่งไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุดเดิน ประกอบกับช่วงกิโลสุดท้ายนี้ ตากล้องเยอะมาก พอจะหยุดวิ่ง เจอกล้องอีกแล้ว (เวลาเห็นกล้องต้องตั้งท่าวิ่งเพื่อความสวยงาม ฮ่าๆ) สรุปเลยไม่ได้หยุดวิ่งกันพอดี รู้ตัวอีกที ก็จะถึงเส้นชัยแล้ว เลยเหยาะๆเข้าเส้นชัยไปตามระเบียบ ทำเวลาไป 82 นาที (อยากจบที่ 70 นาทีบ้าง)

เหนื่อยมาก ยิ้มแห้งๆ

พอเข้าเส้นชัยได้ก็เกิดอาการงุนงง ได้แต่กล่องขนม ทำไมไม่ได้เหรียญ คิดในใจว่าตัวเองวิ่งช้าจนมาไม่ทันเหรียญ แต่มาเฉลยตอนหลังว่ากล่องนั้นน่ะไม่ใช่กล่องขนม แต่เป็นถ้วยเซรามิค เลยนึกขึ้นได้ว่า งานนี้ไม่มีเหรียญ แต่แจกเป็นถ้วยเซรามิคแทน จากนั้นก็มองหาซุ้มน้ำ พอเห็นคิวรับน้ำแล้วอยากจะเป็นลม ยาวมาก แต่ก็จำเป็นต้องไปต่อ เพราะไม่ได้เตรียมน้ำมาเองเลย พอรับน้ำได้ ก็กะว่าจะเดินกินน้ำแล้วก็เดินดูเสื้อผ้ากีฬาไปพลางๆ แต่ที่ไหนได้ ข้าศึกบุกประชิดประตูเมืองอีกแล้ว แล้วห้องน้ำอยู่ไกลมาก ต้องวิ่งอย่างเดียว วิ่งไปก็คิดไปจะทันมั๊ยเนี่ย แถมต้องฝ่าฝูงชนที่เดินช๊อปปิ้งอีก วิ่งไปชนใครก็ขอโทษด้วยค่ะ (speed น่าจะอยู่ที่ pace 6.30 ได้) เห็นห้องน้ำดีใจกว่าเห็นเส้นชัยอีก - -" สันนิษฐานว่าเป็นที่กาแฟ เพราะเมื่อวานไม่ได้กินอะไรผิดสำแดง เข็ดจริงๆ

งานนี้ได้ถ้วยจ้า

เข้าห้องน้ำเสร็จก็รีบกลับบ้านเลย ไม่ได้เดินดูเสื้อผ้าและอาหารหลังเส้นชัยเลย มีอะไรบ้างก็ไม่รู้ งานวิ่งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ น้ำไม่พอ จุดให้น้ำระหว่างเส้นทางและหลังเส้นชัยควรตั้งหลายๆจุดให้เพียงพอกับจำนวนคนที่มาวิ่ง ต่อไปนี้คงจะเตรียมน้ำไปเองทุกงาน เพราะไม่รู้จะไปเจอแจ๊คพ๊อตงานไหน เนื่องจากงานวิ่งหลายๆงานมีการรับสมัครหน้างาน เช้าวันที่วิ่ง ทำให้ไม่สามารถกะจำนวนน้ำ อาหาร เสื้อ เหรียญได้ คนที่สมัครล่วงหน้าแล้วอดเสื้อ อดเหรียญ ก็เซ็งกันไปตามระเบียบ

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น